แคปซูลเพชรสังฆาต อภัยภูเบศร

เพชรสังฆาต Cissus Quadrangularis Linn. เพชรสังฆาต เป็นสมุนไพรที่มีการใช้ในการรักษาริดสีดวงทวารทั่วทุกภาค มีข้อมูลการศึกษาวิจัยทางพิษวิทยาว่าไม่มีพิษ โรงพยาบาลได้ผลิตในรูปแบบของ Capsule เพื่อใช้ทดแทนยาแก้ริดสีดวงแผนปัจจุบัน ซึ่งโรงพยาบาลได้ตัดยาแผนปัจจุบันออกจากบัญชียาของโรงพยาบาลและใช้สมุนไพร เพชรสังฆาตทดแทน

สรรพคุณ : บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร บำรุงและสมานกระดูก

ส่วนประกอบ : ในยาทั้งหมด 400 มก. ประกอบด้วยผงเพชรสังฆาต 250 มก. และตัวยาอื่น ๆ

ขนาดบรรจุ : 70 แคปซูล

วิธีใช้ : รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง  หลังอาหาร

ข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง : ยังไม่มีรายงานการศึกษาเรื่องข้อห้ามใช้/ข้อควรระวัง

อาการไม่พึงประสงค์ : จากผลการวิจัยทางคลินิก ผู้ป่วยที่ได้รับเพชรสังฆาตบางรายมีอาการ ท้องผูก ท้องเสีย ปวดศีรษะ ท้องอืดเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน

ข้อมูลความเป็นพิษ : ในขนาดรับประทานปกติไม่ก่อให้เกิดพิษ

ข้อเสนอแนะ : การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นริดสีดวงทวาร ควรรับประทานผักผลไม้ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ร่วมไปกับการรับประทานเพชรสังฆาต ไม่ควรปล่อยให้ท้องผูกหรือเบ่งอุจจาระเนื่องจากอาจทำให้อาการกำเริบได้

เพชรสังฆาต พิฆาตริดสีดวง เพิ่มมวลกระดูก

เพชรสังฆาต พิฆาตริดสีดวง เพิ่มมวลกระดูก                                         

 สวัสดีค่ะทุกท่าน หลังจากที่ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ร่วมออกงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 9 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็ได้มีกระแสตอบรับและเป็นที่สนใจของใครหลายคน ถึงสมุนไพร ที่ชื่อดูน่าเกรงแต่สรรพคุณช่างน่าใช้เสียนี่   กระไร และเกิดคำถามเข้ามามากมายเกี่ยวกับเจ้าสมุนไพร เพชรสังฆาต วันนี้ เราจึงขอมานำเสนอข้อมูลสาระดีๆที่จะทำให้ทุกท่าน ได้รู้จักและเข้าใจการใช้สมุนไพร เพชรสังฆาตกันนะคะ
  “เพชรสังฆาต” หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า“ตำลึงทอง” เป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักและใช้กันมานานแล้ว จัดเป็นไม้เลื้อยลักษณะลำต้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมครีบ ผิวเรียบ มีรอยคอดบริเวณข้อ ใบเดี่ยว ออกข้อละ 1 ใบ บริเวณปลายเถา รูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่    ขอบใบหยักมน เนื้อใบค่อนข้างหนา ตรงข้ามใบมีมือเกาะ  สามารถขึ้นได้ทั่วไป ชอบดินร่วนซุยไม่มีน้ำขัง ขึ้นง่าย ทนแล้ง ขยายพันธุ์โดยการปักชำ
    ในตำรายาโบราณว่าไว้ เถาเพชรสังฆาตมีรสร้อน ขม และคัน แก้โรคเลือดออกตามไรฟัน แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ   แก้ริดสีดวงทวาร แก้ลมในลำไส้ กรณีที่ใช้แก้ริดสีดวงทวารให้รับประทานวันละ 1 ข้อ โดยสอดเข้าไปในกล้วยน้ำว้าสุก และหั่นกล้วยเป็นชิ้นๆเพื่อกลืนลงคอได้สะดวกขึ้น และไม่ต้องเคี้ยวนะคะเพื่อความปลอดภัยไม่ระคายเคืองคอค่ะ แต่หากรับประทานในรูปแบบ  แคปซูล ควรรับประทานครั้งละ 2-3 เม็ดหลังอาหาร
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cissus quadrangularis L.
วงศ์ :   Vitaceae
      สำหรับการวิจัยในประเทศไทยนั้น มีการวิจัยเกี่ยวกับการใช้เพชรสังฆาตเพื่อการรักษาโรคริดสีดวงทวาร             โดย พญ.ดวงรัตน์ เชี่ยวชาญวิทย์ และคณะ ได้ทำการประเมินประสิทธิภาพของ เพชรสังฆาตในผู้ป่วยริดสีดวงทวาร จำนวน121 คน จากโรงพยาบาลชุมชนในต่างจังหวัด 4 แห่งในประเทศไทย เปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบัน คือดาฟลอน(Daflon) พบว่าประสิทธิภาพไม่ต่าง กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ผู้วิจัยได้มีการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของการรักษา พบว่า ค่าใช้จ่ายของ   แคปซูลเพชรสังฆาตเท่ากับ 5% ของค่ายาดาฟลอน สรุปว่าการใช้ยาไทยอย่างเพชรสังฆาต นั้นมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่านั่นเอง และข้อสำคัญคือเจ้าเพชรสังฆาตนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นริดสีดวงในระยะเริ่มต้น แต่สำหรับระยะที่มีการติดเชื้อ อักเสบรุนแรงอาจต้องใช้การผ่าตัดในการรักษาค่ะ
 นอกจากเพชรสังฆาตจะช่วยรักษาริดสีดวงทวารได้แล้วยังมีประโยชน์ในเรื่องของการบำรุงกระดูกได้ ดังจะเห็นได้จากการใช้อย่าง แพร่หลายในหมอพื้นบ้านและหมออายุรเวทอินเดีย โดยสามารถใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก
 การใช้ภายนอกจะใช้เถาเพชรสังฆาตโขลกจนแหลกและเนียนเพื่อทำเป็นยาพอกบริเวณที่กระดูกหักซึ่งจะช่วย เยียวยากระดูกที่หัก และลดอาการบวมและอักเสบได้ การทำเป็นยาพอกนี้นอกจากใช้กับคนแล้วยังมีการ ใช้กับสัตว์ได้เช่นกันส่วนการใช้เป็นยาภายในจะใช้เป็นส่วนผสม ในตำรับยารักษากระดูกหัก
    มีการวิจัยพบว่าเพชรสังฆาตมีส่วนประกอบของวิตามินซีในขนาดสูง และมีแคโรทีน เอ (Carotene A) ซึ่งคาดกันว่าทำให้เพชรสังฆาตมีฤทธิ์ต้าน อนุมูลอิสระสูง นอกจากนี้ยังมีอนาโบลิกสเตียรอยด์(Anabolic steroids) และแคลเซียม   โดยที่อนาโบลิกสเตียรอยด์มีฤทธิ์ช่วยเร่งปฏิกิริยา การหายหรือสมานกระดูกที่แตกหักโดยการกระตุ้นการสร้างเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างกระดูก

    การศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่าเพชรสังฆาตช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกที่หักให้กลับมาเท่ากับก่อนที่จะหักภายในระยะเวลา 6 สัปดาห์ การศึกษานี้ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าเพชรสังฆาต ช่วยให้มีการสร้างสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบให้กระดูกกลับมาสมานกันได้อีก เช่น มิวโคโพลีแซกคาไลด์ (Mucopolysaccharides) ซึ่งมีบทบาทสำคัญโดยเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในกระบวนการสมาน  กระดูกซึ่งหากในระยะเริ่มแรกมีการสร้างวัตถุดิบสำหรับซ่อมแซมกระดูกได้มาก กระบวนการสมานกระดูกจะเกิดได้รวดเร็วขึ้น    นอกจากนี้เพชรสังฆาตยังมีคอลลาเจน (Collagen) แคลเซียม และที่สำคัญยังมีการวิจัยในหญิงวัยทองซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้หากหกล้ม เช่น กระดูกหัก ฯลฯ โดยเฉพาะกระดูกที่สะโพก พบว่าเพชรสังฆาตช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกในหญิงวัยทองได้
   เป็นอย่างไรคะ สรรพคุณมากมายไม่ว่าจะเป็นรักษาริดสีดวงทวาร เพิ่มมวลกระดูกรักษากระดูกแตกกระดูกหักของเจ้าสมุนไพร “เพชรสังฆาต” สมุนไพรที่มีค่า “ตำลึงทอง”